วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

บทที่ 1 บทนำ


ความนำ
                   เนื่องด้วยในปัจจุบันนี้ ถ้ากล่าวถึงกล้วยไม้ของไทยมีความสวยงาม และมีชื่อเสียงว่าเป็นในกล้วยไม้ที่สวยที่สุดในโลกคงหนี้ไม่พ้น  ฟ้ามุ้ย  กล้วยไม้สกุล Vanda เป็นกล้วยไม้ที่หายาก กล้วยไม้ชนิดนี้  พบในที่สูง ทางหุบเขาทางภาคเหนือเท่านั้น  ซ้ำเป็นกล้วยไม้อิงอาศัยหรือไม้อากาศ  สามารถปรับตัวยอดเยี่ยมขึ้นเกาะอยู่กับเปลือกไม้ของไม้ยืนต้นในป่าเมื่อดอกบานเต็มที่มีขนาดกว้าง 4-7 ซม. โดดเด่นด้วยกลีบเลี้ยงและกลีบดอกรูปร่างมน ทำให้ต่างประเทศสนใจและอยากนำไปปลูกเป็นอย่างมาก นอกจากคนที่ใช้ชีวิตอยู่ตามหุบเขาแล้ว  มีโอกาสน้อยมาที่จะได้พบและ กล้วยไม้ชนิดนี้ยังเป็นอัญมณีสีฟ้าที่ล้ำค่าที่หลายคนต่างหมายปอง  จึงทำให้เกิดการรับจ้างให้ชาวบ้านลักลอบนำกล้วยไม้ชนิดนี้ไปเลี้ยงจนทำให้ปริมาณของฟ้ามุ้ยลดลงและหาพบเจอได้ยาก  ในปัจจุบันมีการขยายพันธุ์เทียม และมีเลี้ยงกันทั่วไป แต่เยาวชนไทยกลับให้ความสนใจในดอกไม้ชนิดนี้น้อยลง  ให้ความสนใจกับดอกไม้ของต่างชาติมากขึ้นจนลืมดอกไม้อันล้ำค่าของไทยไป  โดยเหตุผลต่าง ๆนี้ผู้เขียนจึงต้องการศึกษาเกี่ยวกับกล้วยไม้ชนิดนี้  เพื่อเป็นการเผยแพร่และอนุรักษ์ไม้ชนิดนี้ต่อไป

วัตถุประสงค์
                   1.  เพื่อศึกษาลักษณะของกล้วยไม้ฟ้ามุ้ย
                   2.  เพื่อทราบถึงความสำคัญของกล้วยไม้พันธุ์ฟ้ามุ้ย
                   3.  เพื่อรักษาและอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้ฟ้ามุ้ย
สมมติฐาน
                   ความสวยงามของกล้วยไม้ฟ้ามุ้ย ดอกไม้แห่งอัญมณีของประเทศไทย มีคนสนใจและลักลอบนำเลี้ยงทำให้ ฟ้ามุ้ยและใกล้สูญพันธุ์ จึงควรรักษาและอนุรักษ์พันธุ์นี้ไว้
ขอบเขตการศึกษาค้นคว้า
                   1.     ประวัติของฟ้ามุ้ย
                   2.     การปลูกฟ้ามุ้ย
                   3.     วิธีลักษณะเด่นประจำพันธุ์ของฟ้ามุ้ย
                   4.     แหล่งที่อยู่ในธรรมชาติ

บทที่ 2 เนื้อเรื่องที่เกี่ยวข้อง


ประวัติของฟ้ามุ้ย
                   ฟ้ามุ่ย ( vanda coerulea )  เป็นราชินีของกล้วยไม้แวนด้า ชื่อฟ้ามุ่ย หมายถึงสีฟ้าอมม่วง คำว่า. มุ่ยแปลว่าม่วง ดังนั้น จึง เป็นกล้วยไม้ของไทยชนิดเดียวในโลก ที่มีสีน้ำเงินฟ้า อมม่วง สดใสซึ่งเป็นสีที่หายากในกล้วยไม้ และดอกที่มีขนาดใหญ่เป็นช่อตั้งสวยงามสะดุด ตา ถึงแม้ว่า เราจะพบฟ้ามุ่ย ในบางส่วนของประเทศอินเดีย พม่า ก็ตาม แต่ได้มีการยืนยันจากนักกล้วยไม้ ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ต่างก็ยอมรับว่าฟ้ามุ่ยจากป่าเมืองไทยเป็นฟ้ามุ่ยที่มีดอกใหญ่ สีเข้มและลายสมุกชัด กว่าแหล่งกำเนิดอื่นใดในภูมิภาค 
                   ฟ้ามุ่ยเป็นกล้วยไม้ที่นิยมอย่างมาก กันมา นาน พบหลักฐานเป็นลายลักษณ์ตั้งแต่ ปี พศ.๒๓๘o ที่ฟ้ามุ่ยต้นแรกๆได้ถูกนำเข้าไปยังทวีปยุโรป โดยนาย วิลเลียม กริฟฟิท (William Grifit) ซึ่งต่อมาได้มีการเก็บกันอย่างมานับเป็นหมื่นต้นจากพม่าเพื่อส่งไปต่าง ประเทศ ดังได้มีบันทึกไว้ในหน้า ๒๗๘ ในหนังสือ ตำราเล่นกล้วยไม้ (พศ.๒๔๕๙) พระนิพนธ์ของสมเด็จเจ้าฟ้าบริพัตร สุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิจ
                   ฟ้ามุ่ย มีลักษณะดอกสีฟ้า หรือฟ้าอมม่วง ซึ่งในธรรมชาติยังมีฟ้ามุ่ยสีขาว และสีชมพู นับเป็นสีที่หาได้ยาก ซึ่งโอกาสที่จะเจอนับเป็นหนึ่งในพัน หรือในหมื่นต้นอาจจะเจอเพียงต้นเดียว ตั้งแต่ในอดีตย้อนไปไม่ต่ำกว่าสิบปี ฟ้ามุ่ยชมพู สวยๆ ที่ได้พบเจอจากธรรมชาติมีน้อย อาจมีบางต้นที่ถูกนำมาใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์สำรับผสมแวนด้าเพื่อให้ได้แวนด้า สีชมพู เช่น ฟ้ามุ่ยชมพู ต้นป้าสมสุขนักเลี้ยงกล้วยไม้รุ่นเก่า ที่ได้ ฟ้ามุ่ยชมพู ทูโทนซึ่งกลีบดอกครึ่งบนเป็นสีชมพูเข้ม ตัดกับกลีบครึ่งล่างเป็นสีขาวอมชมพูเรื่อๆ หรือฟ้ามุ่ยชมพูจากอ.สะเมิง ที่มีชาวบ้านมาขายให้คุณชิเนนทร ในปีพศ. ๒๕๓๙ ซึ่งเป็นต้นที่ได้ถ่ายรูปลงหนังสือ The Field Guide To The Wild Orchid of Thailand (Fourth and Expended Edition) ซึ่งต้นของคุณชิเนนทรไม่ได้ผสมติดฝักเพื่อขยายพันธุ์ และในเวลาต่อมาได้ถูกเชื้อราเข้าทำลายจนต้นเสียหายไปในในที่สุด
                หลังจากนั้นก็ไม่มีประวัติการพบเจอ ฟ้ามุ่ยชมพู ที่สวยๆ จากป่าอีกเลย จนถึงช่วงปี พศ. ๒๕๔๘ ๒๕๕o ที่ผ่านมา ได้มีการค้นพบ ฟ้ามุ่ยชมพู ต้นใหม่อีกเพียงสองต้น จากหมู่บ้านชาวม้ง แห่งหนึ่ง ในเขตรอยต่อบ้าน ม่อนยะเหนือ ม่อนยะกลาง และม่อนยะใต้ ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นเขตรอยติดต่อหลังดอยอ่างการะหว่างอำเภอ.แม่แจ่ม อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ โดยชาวบ้านเล่าว่า ฟ้ามุ่ยชมพู ต้นนี้ได้มานานกว่ายี่สิบปีแล้วและปลูกเลี้ยงสืบทอดกันมาในครอบครัว ด้วยเหตุผลเกี่ยวกับความชื่นชอบในความสวยงามของดอก บวกกับเรื่องโชคลางและความเชื่อของชนในเผ่า โดยมากทุกบ้านที่ปลูกฟ้ามุ่ยต้นอื่น ๆ จะเป็นสีฟ้า แต่มีเพียงต้นเดียวที่สีแตกต่างไปจึงปีนนำไปปลูกไว้บนยอดต้นพลับขนาดใหญ่ สูงจากพื้นดินกว่าสาม-สี่เมตร และภายหลังจึงได้ ฟ้ามุ่ยชมพู มาอีกเป็นต้นที่สอง ซึ่งมีสีดอกอ่อนกว่า หลังจากนั้นจึงมีนักพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์กล้วยไม้จากสมาคมกล้วยไม้ เชียงใหม่ ได้นำ ฟ้ามุ่ยชมพู ทั้งสองต้น มาเลี้ยงที่

บ้านสวนคุณน้อย กระจาดทอง ที่ อ.แม่วาง ซึ่งพบว่าเป็นต้นที่เลี้ยงง่ายเช่นเดียวกับฟ้ามุ่ยสีฟ้าทั่วไป ชอบอากาศโปร่งมีลมถ่ายเทสะดวก มีความชื้น ประมาณ 70% ชอบแสง ประมาณ 60-70% ต่อมาได้ผสมติดฝักภายในต้นเดียวกัน(self cross) และผสมข้ามต้น ระหว่าง ฟ้ามุ่ยชมพู สองต้น(sip cross) จนได้เป็นกล้วยไม้ขวด และอนุบาลปลูกเลี้ยงรวมในตระกร้าหมู่ ไม้ชุดนี้เป็นการผสมเกสรระหว่าง ฟ้ามุ่ยชมพู ต้นป่าแท้ ซึ่งทางผู้ผสมได้ตั้งข้อสังเกตว่าสีของดอก ฟ้ามุ่ยชมพู จากธรรมชาติจะมีสีหลากหลายทั้งสีอ่อน และเข้มขึ้นบ้าง แต่สีจะไม่เข้มจัดมากเท่าฟ้ามุ่ยผสมที่มีการผสมข้ามกลับไปมากับแวนด้าลูกผสม ลักษณะดอกของ ฟ้ามุ่ยชมพู ชุดนี้ ที่โคนกลีบคู่ในจะพลิ้ว บิดยกขึ้นเล็กน้อยซึ่งเป็นลักษณะดั่งเดิมของฟ้ามุ่ยพันธ์แท้ใน ป่าธรรมชาติ
                   ซึ่งกล้วยไม้นิ้วชุดนี้เป็นลูก ฟ้ามุ่ยชมพู ชุดแรกที่ผสมซึ่ง ทางผู้ผสมได้คาดหวัง ว่าจะได้ลูก ฟ้ามุ่ยสีชมพู เหมือนต้นพ่อแม่พันธุ์ หรือหากได้ดอกที่มีสีเข้มหรืออ่อนแตกต่างกันออกไปก็จะเป็นการพิสูจน์ ถึงการถ่ายทอดลักษณะของสีชมพูในกล้วยไม้ชนิดนี้


ภาพที่ 1  ฟ้ามุ้ย ราชินีแห่งกล้วยไม้

                ข้อมูลทั่วไปของฟ้ามุ้ย
                ชื่อสกุล Vanda
                ชื่อชนิด ฟ้ามุ่ย Vanda coerulea Griff.
                ประเภท กล้วยไม้รากอากาศ/เจริญเติบโตทางยอด
                ฤดูดอก กรกฎาคม-ธันวาคม
                จำนวนดอกในช่อ 10-15 ดอก
วัสดุปลูก ไม่ใช้วัสดุปลูก     ชอบอยู่ในที่แสง รำไร
                การขยายพันธุ์ ปั่นตา/เพาะเมล็ด/แยกหน่อ
                แหล่งอาศัยในธรรมชาติ ป่าดิบเขาทางภาคเหนือ
                แหล่งที่พบในประเทศไทย ตาก เชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน
                สถานที่ปลูกเลี้ยง ปลูกเลี้ยงได้เฉพาะสถานที่มีความชื้นเหมาะสม
                สถานภาพ ใกล้สูญพันธุ์ในธรรมชาติ แต่มีการขยายพันธุ์ในห้องแล็บจำนวนมาก และปลูกเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย
                เขตการกระจายพันธุ์ พม่า จีนตอนใต้ อินเดีย
การปลูกเลี้ยงฟ้ามุ่ย 
                ในการปลูกเลี้ยง ฟ้ามุ่ย ให้หาพันธุ์แท้จากฟาร์มกล้วยไม้ เนื่องจาก ฟ้ามุ่ย ที่พัฒนาสายพันธุ์ในพื้นราบจะสามารถเลี้ยงได้ง่ายกว่าการนำกล้วยไม้ป่าที่อยู่บนดอยสูง ๆ มาเลี้ยงที่บ้าน และ กล้วยไม้ที่ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์แล้ว ยังมีความสวยงามกว่า ฟ้ามุ่ย ที่มาจากป่าแท้ ๆ ด้วย แต่การเลือกซื้อ ฟ้ามุ่ย ให้ได้ ฟ้ามุ่ย พันธุ์แท้ ไม่ใช่ลูกผสมนั้น ต้องพิจารณาและคำนึงให้ดีก่อนการตัดสินใจซื้อซึ่งอยู่ที่ดุลพิจนิจของผู้ซิ้อเอง
                กล้วยไม้ขวด : เมื่อได้ ฟ้ามุ่ย ขวดมาแล้ว ให้นำลูกไม้ขวดที่ได้รับมาวางในพื้นที่โรงเรือนที่เราจะปลูก โดยห้ามให้แดดส่องถึงเป็นอันขาด (หมายถึงห้ามถูกแสงแดดตรง ๆ นะ ไม่ใช่ว่าเอาไปเก็บในร่มซะมืดทึบ) ถ้าแดดส่องถึง อุณหภูมิในขวดจะสูงและทำให้ลูกไม้ในขวดตาย ที่นำมา วางก่อนก็เพื่อให้ลูกไม้ปรับตัวกับสภาพโรงเรือนก่อนนั่นเอง ส่วนระยะวันที่จะวางนั้นก็ราว ๆ 10 - 15 วัน หรือจะ 15 - 30 วันก็ได้ แล้วแต่ความสะดวก หลังจากวางทิ้งไว้นานพอสมควรแล้ว เราก็สามารถเคาะออกขวดได้ตามปกติ
                ลูกไม้ที่ออกขวดแล้วนั้น ให้นำวางเรียงไว้ในตะกร้าพลาสติกก่อน ตะกร้าพลาสติก 10-15 บาท ที่ขายในตลาดทั่วไปก็ใช้ได้ โดยรดน้ำทุกเช้า แขวนผึ่งไว้แบบนี้จนกว่าจะมีรากใหม่ ประมาณ 1 เดือนได้ ซึ่งในระยะที่อยู่ในตะกร้านี้ ควรอยู่ใต้ซาแรนที่พลางแสงอย่างน้อย 70 - 80% ทั้งนี้เนื่องจากลูกไม้ยังไม่ต้องการแสงมาก ปุ๋ยและยาสามารถฉีดพ่นได้แต่ควรให้ครึ่งเดียวจากปกติ เช่นเดียวกับเด็กอ่อนที่ต้องให้อาหารอ่อน ๆ ก่อน หลังจากรากใหม่เติบโตดีก็สามารถลงกระถางนิ้ว
การขุน และการให้น้ำและปู่ยกับ ฟ้ามุ่ย
                ฟ้ามุ่ย บางท่านถึงกับให้น้ำถึง 2 ครั้ง คือเช้าและเย็นและกล่าวกันว่าเป็นกล้วยไม้ที่ต้องการน้ำมาก แต่สำหรับแล้วรดน้ำเพียงแค่เวลาเดียวคือเช้าเท่านั้นเนื่องจากทางเหนืออากาศชื้นอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องรดน้ำบ่อย หลักของการให้น้ำคือ ชื้นแต่ไม่แฉะ เราสามารถให้น้ำ ฟ้ามุ่ย ช่วงเวลาได้สองช่วงคือ เช้า หรือ เย็นก็ได้ ช่วงเช้าคือตั้งแต่เริ่มมีแสงไปจนถึง 8 โมงเช้า และ เย็นตั้งแต่หลัง 4 โมงเย็น หากรดน้ำในช่วงกลางวัน น้ำอาจจะเข้าไปขังใน กาบใบทำให้เป็นโรคต่าง ๆ ตามมาได้นั่นเอง
                ปุ๋ย หากเป็นระยะไม้เล็ก สามารถให้ปุ๋ยสูตร เสมอ สลับกับตัวหลังสูงได้ ทุก ๆ สัปดาห์ ตัวหลังสูงจะเป็นสูตรที่ช่วงเร่งให้กล้วยไม้โตเร็วขึ้น
 วิธีลักษณะเด่นประจำพันธุ์ของฟ้ามุ้ย
                ลักษณะของกล้วยไม้ชนิดนี้ : เอื้อง ฟ้ามุ่ย เป็นกล้วยไม้อิงอาศัยหรือไม้อากาศ สามารถปรับตัวอย่างยอดเยี่ยม ขึ้นเกาะอยู่กับเปลือกไม้ของไม้ยืนต้นในป่า มีรากยึดเกาะเหนียวแน่นและอาศัยเพียงแร่ธาตุที่ชะมากับน้ำฝนผสานกับความชื้น ในอากาศ ก็สามารถรอดชีวิตผลิดอกให้ได้เห็นกันทุกปี ฤดู กาลออกดอกคือระหว่างเดือน กรกฎาคม ถึงธันวาคม โดยออกดอกเป็นช่อตั้งจากซอกใบ ช่อดอกยาว 20-40 ซ.ม. ช่อดอกโปร่ง เมื่อดอกบานเต็มที่มีขนาดกว้าง 4-7 ซ.ม. โดดเด่น ด้วยกลีบเลี้ยงและกลีบดอกรูปร่างมน สีฟ้าอ่อนหรือสีฟ้าอ่อนหรือสีฟ้าอมม่วงมีเสน่ห์ดึงดูดสายตา และน้อยนักที่จะพบสีสันอย่างเช่น สีชมพู หรือ สีขาวล้วน ซึ่งเป็นสีที่หายากที่สุด ทั่วกลีบมีลายเส้นร่างแหสีครามเข้มนิยมเรียกกันว่า ลายตาสมุกส่วนกลีบปากมีสีม่วงน้ำเงินงามยิ่ง 
แหล่งที่อยู่ในธรรมชาติ
                แหล่งที่พบในธรรมชาติของฟ้ามุ่ย จะพบตามป่าดิบเขาในภาคเหนือ ซึ่งมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 1,000 เมตร ขึ้นไป ในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน และจังหวัดตาก เนื่องจากฟ้ามุ่ยมีความสวยงามเป็นที่ต้องการของนักปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ในไทยและต่างประเทศ จึงมีการเก็บฟ้ามุ่ยจากป่ามาจำหน่ายให้แก่นักปลูกเลี้ยงเป็นจำนวนมากในสมัยหนึ่ง จนปัจจุบันฟ้ามุ่ยในแหล่งธรรมชาติมีจำนวนลดน้อยถอยลงจนใกล้สูญพันธุ์ ความสวยงามเป็นสิ่งที่หาได้ยาก ไซเตส ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศ มีวัตถุประสงค์ที่จะรักษาพันธุ์พืชและสัตว์ป่า จึงขึ้นทะเบียน ฟ้ามุ่ย ไว้ในบัญชีพืชอนุรักษ์ บัญชี 1 ร่วมกับกล้วยไม้สกุลรองเท้านารี พืชอนุรักษ์ บัญชี 1 หมายถึง ชนิดพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ห้ามทำการค้าระหว่างประเทศโดยเด็ดขาด ทั้งการนำเข้า ส่งออก และนำผ่านชนิด ทั้งนี้ต้นที่จะจำหน่ายไปต่างประเทศจะต้องเป็นต้นที่ได้จากการขยายพันธุ์เทียมเท่านั้น ทำให้การส่งออกกล้วยไม้ชนิดนี้เป็นไปด้วยความลำบาก แต่ในปี พ.ศ. 2549 มีการประชุมไซเตส ที่จังหวัดเชียงใหม่ กรมวิชาการเกษตร ได้ยื่นขอมติที่ประชุมให้เพิ่มถอนรายชื่อฟ้ามุ่ยออกจาก บัญชี 1 เป็นบัญชี 2 แทน โดยมีเหตุผลว่าฟ้ามุ่ยได้มีการคัดพันธุ์และขยายพันธุ์โดยวิธีขยายพันธุ์เทียม (ปั่นตา หรือเพาะเมล็ดในห้องปฏิบัติการ) แล้วนำมาปลูกเลี้ยงในประเทศกันอย่างแพร่หลาย จากการถอนออกจากบัญชี 1 มาอยู่บัญชี 2 ทำให้การส่งออกฟ้ามุ่ยไปต่างประเทศสะดวกกว่าแต่ก่อน



บทที่ 3 วิธีการดำเนินการ


รายงานเชิงวิชาการเรื่อง  ฟ้ามุ้ย กล้วยไม้อัญมณี 
คณะผู้จัดทำได้ดำเนินการดังต่อไปนี้

การดำเนินการ
วันที่ดำเนินการ
1.  ตั้งประเด็นปัญหา  คือ  ฟ้ามุ้ย กล้วยไม้อัญมณี 
2.  ตั้งสมมติฐาน คือ ความสวยงามของกล้วยไม้ฟ้ามุ้ย ดอกไม้แห่ง          อัญมณีของประเทศไทย มีคนสนใจและลักลอบนำเลี้ยงทำให้ ฟ้ามุ้ยและใกล้สูญพันธุ์ จึงควรรักษาและอนุรักษ์พันธุ์นี้ไว้
3.  รวบรวมข้อมูล
    -  การอ่านและศึกษาค้นคว้า
    -  การค้นคว้าข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตและห้องสมุด
4. การวิเคราะห์ข้อมูล
    -  ข้อมูลต้องมีความสมบูรณ์ถูกต้องและเชื่อถือได้
    -  มีความเป็นปัจจุบันและทันต่อเหตุการณ์ต่าง ๆที่เกิดขึ้น
    -  มีความสะดวกในการค้นหา
    -  มีความชัดเจนไม่ซ้ำซ้อน
5.  รวมรวมเป็นรายงาน
6.  อภิปรายและนำเสนอ
1 สิงหาคม 2556
1-2 สิงหาคม 2556


3-31 สิงหาคม 2556


1-3  กันยายน 2556




         4-5 กันยายน 2556
13  กันยายน 2556

บทที่ 4 ผลการศึกษา บทที่ 4 ผลการศึกษา บทที่ 4 ผลการศึกษา


รายงานเชิงวิชาการ จากการศึกษาเรื่อง  ฟ้ามุ้ย กล้วยไม้อัญมณี 
ผู้จัดทำได้ผลการศึกษา ดังต่อไปนี้
                   จากการศึกษาพบว่า  ฟ้ามุ่ย หรือภาษาอังกฤษ vanda coerulea เป็นราชินีของกล้วยไม้แวนด้า ชื่อฟ้ามุ่ย หมายถึงสีฟ้าอมม่วง คำว่า. มุ่ยแปลว่าม่วง ดังนั้น จึง เป็นกล้วยไม้ของไทยชนิดเดียวในโลก ที่มีสีน้ำเงินฟ้า อมม่วง สดใสซึ่งเป็นสีที่หายากในกล้วยไม้ และดอกที่มีขนาดใหญ่เป็นช่อตั้งสวยงามสะดุด ตา ถึงแม้ว่า เราจะพบฟ้ามุ่ย ในบางส่วนของประเทศอินเดีย พม่า ก็ตาม แต่ได้มีการยืนยันจากนักกล้วยไม้ ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ต่างก็ยอมรับว่าฟ้ามุ่ยจากป่าเมืองไทยเป็นฟ้ามุ่ยที่มีดอกใหญ่ สีเข้มและลายสมุกชัด กว่าแหล่งกำเนิดอื่นใดในภูมิภาค 
ชื่อสกุล Vanda
                ชื่อชนิด ฟ้ามุ่ย Vanda coerulea Griff.
                ประเภท กล้วยไม้รากอากาศ/เจริญเติบโตทางยอด
                ฤดูดอก กรกฎาคม-ธันวาคม
                จำนวนดอกในช่อ 10-15 ดอก
                วัสดุปลูก ไม่ใช้วัสดุปลูก     ชอบอยู่ในที่แสง รำไร
                การขยายพันธุ์ ปั่นตา/เพาะเมล็ด/แยกหน่อ
                แหล่งอาศัยในธรรมชาติ ป่าดิบเขาทางภาคเหนือ
                แหล่งที่พบในประเทศไทย ตาก เชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน
                สถานที่ปลูกเลี้ยง ปลูกเลี้ยงได้เฉพาะสถานที่มีความชื้นเหมาะสม
                สถานภาพ ใกล้สูญพันธุ์ในธรรมชาติ แต่มีการขยายพันธุ์ในห้องแล็บจำนวนมาก และปลูกเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย
                เขตการกระจายพันธุ์ พม่า จีนตอนใต้ อินเดีย
การปลูกเลี้ยงฟ้ามุ่ย 
                ในการปลูกเลี้ยง ฟ้ามุ่ย ให้หาพันธุ์แท้จากฟาร์มกล้วยไม้ เนื่องจาก ฟ้ามุ่ย ที่พัฒนาสายพันธุ์ในพื้นราบจะสามารถเลี้ยงได้ง่ายกว่าการนำกล้วยไม้ป่าที่อยู่บนดอยสูง ๆ มาเลี้ยงที่บ้าน และ กล้วยไม้ที่ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์แล้ว ยังมีความสวยงามกว่า ฟ้ามุ่ย ที่มาจากป่าแท้ ๆ ด้วย แต่การเลือกซื้อ ฟ้ามุ่ย ให้ได้ ฟ้ามุ่ย พันธุ์แท้ ไม่ใช่ลูกผสมนั้น ต้องพิจารณาและคำนึงให้ดีก่อนการตัดสินใจซื้อซึ่งอยู่ที่ดุลพิจนิจของผู้ซิ้อเอง  สามารถปลูกและเพาะพันธุ์ได้จาก กล้วยไม้ขวด : เมื่อได้ ฟ้ามุ่ย ขวดมาแล้ว ให้นำลูกไม้ขวดที่ได้รับมาวางในพื้นที่โรงเรือนที่เราจะปลูก โดยห้ามให้แดดส่อง ถ้าแดดส่องถึง อุณหภูมิในขวดจะสูงและทำให้ลูกไม้ในขวดตาย ที่นำมา วางก่อนก็เพื่อให้ลูกไม้ปรับตัวกับสภาพโรงเรือนก่อนนั่นเอง ส่วนระยะวันที่จะวางนั้นก็ราว ๆ 10 - 15 วัน หรือจะ 15 - 30 วันก็ได้
การขุน และการให้น้ำและปู่ยกับ ฟ้ามุ่ย
                ฟ้ามุ่ย ให้น้ำถึง 2 ครั้ง คือเช้าและเย็น หลักของการให้น้ำคือ ชื้นแต่ไม่แฉะ เราสามารถให้น้ำ ฟ้ามุ่ย ช่วงเวลาได้สองช่วงคือ เช้า หรือ เย็นก็ได้ ช่วงเช้าคือตั้งแต่เริ่มมีแสงไปจนถึง 8 โมงเช้า และ เย็นตั้งแต่หลัง 4 โมงเย็น หากรดน้ำในช่วงกลางวัน น้ำอาจจะเข้าไปขังใน กาบใบทำให้เป็นโรคต่าง ๆ ตามมาได้นั่นเอง
                ปุ๋ย สามารถให้ปุ๋ยสูตร เสมอ สลับกับตัวหลังสูงได้ ทุก ๆ สัปดาห์ ตัวหลังสูงจะเป็นสูตรที่ช่วงเร่งให้กล้วยไม้โตเร็วขึ้น
วิธีลักษณะเด่นประจำพันธุ์ของฟ้ามุ้ย
                กล้วยไม้อิงอาศัยหรือไม้อากาศ สามารถปรับตัวอย่างยอดเยี่ยม ขึ้นเกาะอยู่กับเปลือกไม้ของไม้ยืนต้นในป่า มีรากยึดเกาะเหนียวแน่นและอาศัยเพียงแร่ธาตุที่ชะมากับน้ำฝนผสานกับความชื้น ในอากาศ ก็สามารถรอดชีวิตผลิดอกให้ได้เห็นกันทุกปี ฤดู กาลออกดอกคือระหว่างเดือน กรกฎาคม ถึงธันวาคม โดยออกดอกเป็นช่อตั้งจากซอกใบ ช่อดอกยาว 20-40 ซ.ม. ช่อดอกโปร่ง เมื่อดอกบานเต็มที่มีขนาดกว้าง 4-7 ซ.ม. โดดเด่น ด้วยกลีบเลี้ยงและกลีบดอกรูปร่างมน สีฟ้าอ่อนหรือสีฟ้าอ่อนหรือสีฟ้าอมม่วงมีเสน่ห์ดึงดูดสายตา และน้อยนักที่จะพบสีสันอย่างเช่น สีชมพู หรือ สีขาวล้วน ซึ่งเป็นสีที่หายากที่สุด ทั่วกลีบมีลายเส้นร่างแหสีครามเข้มนิยมเรียกกันว่า ลายตาสมุกส่วนกลีบปากมีสีม่วงน้ำเงินงามยิ่ง 
แหล่งที่อยู่ในธรรมชาติ
                แหล่งที่พบในธรรมชาติของฟ้ามุ่ย จะพบตามป่าดิบเขาในภาคเหนือ ซึ่งมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 1,000 เมตร ขึ้นไป ในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน และจังหวัดตาก นักปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ในไทยและต่างประเทศ จึงมีการเก็บฟ้ามุ่ยจากป่ามาจำหน่ายให้แก่นักปลูกเลี้ยง

บทที่ 5 สรุปและอภิปรายผล


รายงานเชิงวิชาการเรื่อง ฟ้ามุ้ย กล้วยไม้อัญมณี 
คณะผู้จัดทำสรุปและอภิปรายผล ดังนี้
                    จากผลกการศึกษาพบว่า  ฟ้ามุ่ย เป็นราชินีของกล้วยไม้แวนด้า มีลักษณะเด่นของฟ้ามุ้ย  เป็นกล้วยไม้อิงอาศัยหรือไม้อากาศ สามารถปรับตัวได้ดี ขึ้นเกาะอยู่กับเปลือกไม้ของไม้ยืนต้นในป่า มีรากยึดเกาะเหนียวแน่นและอาศัยเพียงแร่ธาตุที่ชะมากับน้ำฝนผสานกับความชื้น ออกดอกเป็นช่อตั้งจากซอกใบ ช่อดอกยาว 20-40 ซ.ม. ช่อดอกโปร่ง เมื่อดอกบานเต็มที่มีขนาดกว้าง 4-7 ซ.ม. โดดเด่น ด้วยกลีบเลี้ยงและกลีบดอกรูปร่างมน สีฟ้าอ่อนหรือสีฟ้าอ่อนหรือสีฟ้าอมม่วงมีเสน่ห์ดึงดูดสายตา และน้อยนักที่จะพบสีสันอย่างเช่น สีชมพู หรือ สีขาวล้วน ซึ่งเป็นสีที่หายากที่สุด ส่วนกลีบปากมีสีม่วงน้ำเงินงามยิ่ง  ฤดูออกดอก กรกฎาคม-ธันวาคม อยู่ในที่แสง รำไร ให้น้ำ 2 ครั้ง เช้าและเย็นเพื่อให้เกิดความชื่น การขยายพันธุ์ ปั่นตา/เพาะเมล็ด/แยกหน่อ แหล่งอาศัยในธรรมชาติ ป่าดิบเขาทางภาคเหนือ ระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 1,000 เมตร ขึ้นไป พบมากในจังหวัดตาก เชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน ปัจจุบันใกล้สูญพันธุ์ในธรรมชาติ แต่มีการขยายพันธุ์ในห้องแล็บ และปลูกเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย  เพราะความสวยงามของฟ้ามุ้ย จึงเป็นกล้วยไม้แห่งราชินีกล้วยไม้ไทยและเป็นอัญมณีกล้วยไม้ที่สามารถนำมาเพาะเลี้ยงให้ได้พันธุ์ที่สามารถจำหน่ายให้แก่ชุมชนและประเทศชาติได้ แต่หากมีการลับลอกเก็บจากป่าก็เป็นการผิดกฎหมายและอาจทำให้ฟ้ามุ้ยสูญพันธุ์ ในเขตป่าธรรมชาติได้เราทุกคนจึงควรรักษาและอนุรักษ์พันธุ์นี้ไว้เพื่อให้เป็นพันธุ์ไม้อยู่คู่กับป่าไม้ของไทยตลอดไป